top of page

C-Suite เปลี่ยนความท้าทาย จาก ESG ให้เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่า ได้อย่างไร ?

  • Writer: Sangthong Punnahitanonda
    Sangthong Punnahitanonda
  • Sep 29
  • 1 min read

พลิกโฉมธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วย ESG


ดูวิดีโอต้นฉบับ : https://www.youtube.com/watch?v=MxjtqaaudJY
ดูวิดีโอต้นฉบับ : https://www.youtube.com/watch?v=MxjtqaaudJY

วิดีโอนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้ว่าพวกเขาจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับ E, S, และ G มานานกว่า 30 ปีแล้ว (เช่น การรับมือกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสังคม และการจัดการกับภาวะขาดความโปร่งใสหรือขาดภาวะผู้นำที่ชัดเจน) แต่เพิ่งมามีคำย่อว่า ESG ในภายหลัง


ESG ในฐานะกลยุทธ์ทางธุรกิจ 

ความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน (เช่น หลังจากชมภาพยนตร์ An Inconvenient Truth) ทำให้เกิดการรับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งต่อทุกบริษัทในโลก ปัจจุบัน คณะผู้บริหารระดับสูง (C-suite) และคณะกรรมการบริหารตระหนักว่า ESG เป็นเรื่องสำคัญทางธุรกิจ (business critical) และเป็นหนึ่งในการหยุดชะงักที่ใหญ่ที่สุดต่อสังคมและธุรกิจ ESG เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างมูลค่า (value generation) และการให้ความหมายและจุดมุ่งหมายแก่การทำงาน องค์กรจะไม่สามารถประสบความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว หากไม่มีการบูรณาการ


ESG เป็นองค์ประกอบสำคัญของการวัดผล

ความท้าทายและความซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงของ ESG ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้นรวดเร็วมาก จนหลายคนตามไม่ทัน เนื่องจากกฎระเบียบและประเด็นต่าง ๆ มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น หลายคนรู้สึกเหมือนกับว่า ESG เป็นเหมือน "สึนามิ" ที่ถาโถมเข้ามา โดยไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับมันอย่างไร นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "Greenwashing" ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บริษัทที่พยายามโกงระบบหรืออ้างสิทธิ์เกินจริงจะถูกจับตามอง (โดยเฉพาะจากผู้บริโภคและนักลงทุนที่ต้องการสร้างความไว้วางใจ) ความท้าทายพื้นฐานอีกประการคือ ช่องว่างด้านทักษะ (skills gap / talent gap) เนื่องจากมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญ ESG สูงมาก แต่การสร้างผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาใช้เวลา

วิดีโอนี้สรุปสาระสำคัญจากสารคดีต้นฉบับ  เผยกลยุทธ์สำคัญที่ C-Suite และคณะกรรมการบริหารทั่วโลกกำลังใช้เพื่อเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่า

แนวทางปฏิบัติเพื่อความสำเร็จ

  1. การเป็นเจ้าของโดยผู้นำ: CEO ต้องเป็นเจ้าของ สิ่งที่องค์กรต้องทำเกี่ยวกับ ESG และต้องไม่แยกส่วนออกจากเป้าหมายทางธุรกิจ ต้องทำให้แนวคิดนี้ไหลลงสู่ทั่วทั้งองค์กรและกลายเป็นวัฒนธรรม

  2. การบูรณาการกลยุทธ์: กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมควรเป็นหนึ่งเดียว ESG ไม่สามารถถูกแยกออกจากกลยุทธ์องค์กร หรือการบริหารความเสี่ยงได้

  3. ธรรมาภิบาล (Governance): Governance เป็นสิ่งสำคัญ และถูกเปรียบเทียบกับ "เบรกของรถสปอร์ต" ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้รถช้าลง แต่ช่วยให้รถสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นอย่างปลอดภัย การนำ ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท (เช่น มีคณะกรรมการ มี KPI ที่สอดคล้องกับโครงสร้างโบนัส) เป็นสิ่งสำคัญ

  4. การประเมินความมีนัยสำคัญ (Materiality Assessment): เนื่องจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การประเมินความมีนัยสำคัญจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรดำเนินการบ่อยขึ้น (เช่น ทุกไตรมาส) แทนที่จะทำทุก 3 หรือ 5 ปี

  5. การใช้เทคโนโลยี: เทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งผลลัพธ์ของ ESG เทคโนโลยีช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มนุษย์ทำไม่ได้ และช่วยให้ทีมสามารถจัดลำดับความสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อคิด: อย่ารู้สึกอย่างเดียว แต่ควรดำเนินการอย่างรวดเร็ว (การได้ 80% ในวันนี้ดีกว่า 100% ในวันพรุ่งนี้) และใช้พลังขององค์กรเพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนและปกป้องโลก

Comments


Commenting on this post isn't available anymore. Contact the site owner for more info.
bottom of page